4 กันยายน 2561
วันนี้เริ่มเรียนเนื้อหาในหัวข้อ บทที่ 4 กระบวนการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้
โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
⏩ กระบวนการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้
การเล่นในขั้นที่เด็กสามารถเข้าไปเล่นรวมกลุ่มกับผู้อื่นได้ โดยเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ไปสู่การเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ และมีพฤติกรรมอย่างง่าย ๆครูสามารถพัฒนาและจัดการเล่นในลักษณะที่สูงขึ้นนี้ได้โดยการให้เด็กเล่นเกมชนิดต่าง ๆ
⏩ จุดมุ่งหมายของการเล่นเกม
2.1 ได้รับความเพลิดเพลินสนุกสนาน
2.2 พัฒนานิสัยการเล่นที่ดีและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา
2.3 ฝึกท่าทางให้มีสุขภาพและรูปทรงสวยงาม
2.4 เร้าประสาทรับรู้ให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
2.5 สร้างความเชื่อมั่นและการบังคับตนเอง
2.6 ฝึกความร่วมมือในฐานะเป็นสมาชิกของกลุ่ม
เกมการเล่น
1. เกมช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางกาย
2. เกมช่วยพัฒนาทักษะกลไกในการเคลื่อนไหว
3. เกมช่วยสนับสนุนให้เด็กมีวุฒิภาวะทางอารมณ์
4. เกมช่วยในการปรับตัวทางสังคม
5. เกมช่วยพัฒนาด้านการรับรู้ การคิด การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ
⏩ แนวคิดการจัดเกม
1.เกณฑ์การเลือกเกม
- ต้องพิจารณาว่าเกมนั้น ๆ จะส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านใด
- เกมที่นำมาให้เด็กเล่นนั้นจะต้องช่วยส่งเสริมให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหว
- เกมที่ดีจะต้องเป็นเกมที่เด็กสนใจ
- เกมที่ให้แด็กเล่นจะเป็นพื้นฐานสำหรับการฝึกทักษะ
- ช่วยเด็กให้เกิดมีทักษะด้านต่าง ๆ เช่นทักษะ การเคลื่อนไหว ทักษะการสังเกตทักษะการเปรียบเทียบ
- เกมที่เล่นนั้นควรจะเป็นเกมที่เด็กสามารถนำไปเล่นซ้ำๆ
- เกมที่ดีต้องเป็นเกมที่ช่วยส่งเสริมหรือพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
3. วิธีดำเนินการให้เด็กเล่นเกม
4. การสอนเกมลักษณะต่างๆ
- เกมวงกลม
- เกมกลุ่มเด็กเล็ก
- การเล่นเป็นทีม
⏩ เกมการศึกษา
เกมการศึกษา (Didactic of Cognitive Game)สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น เป็นกิจกรรมการเล่นตามแนวทฤษฏี (The Cognitive Theory of play) เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการฝึกทักษะ เพราะจะช่วยให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมีการสังเกตและคิดหาเหตุผลที่ดี
หมายถึง สื่อการเรียน ที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ จากการเล่นโดยมีกฎเกณฑ์หรือกติกา จะเป็นพื้นฐานการเตรียมความพร้อมโดยเป็นการเล่นที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะเกมบัตรภาพ แต่เป็นเกมหลายรูปแบบที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาได้แก่ ด้านภาษา คณิตศาสตร์ เหตุผล มิติสัมพันธ์ ประสาทสัมผัส การรับรู้และการจำ ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
วัตถุประสงค์ของเกมการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน (2537, หน้า 129)
2.1 เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการสังเกตและการจำแนกด้วยสายตา
2.2 เพื่อฝึกการคิดหาเหตุผล
2.3 เพื่อฝึกการตัดสินใจในการแก้ปัญหา
2.4 เพื่อฝึกประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
2.5 เพื่อฝึกให้มีคุณธรรมต่าง ๆ
2.6 เพื่อทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว
ประเภทของเกมการศึกษา
1) เกมการจับคู่
- สิ่งที่เหมือนกัน
- สิ่งที่สัมพันธ์กัน
- สิ่งที่เป็นของประเภทเดียวกัน
- สิ่งที่ขาดหายไป
2) เกมการจัดหมวดหมู่
3) เกมภาพตัดต่อ
4) เกมเรียงลำดับภาพหรือภาพต่อเนื่อง
- เรียงลำดับเหตุการณ์
- เรียงลำดับขนาด
- เรียงลำดับจำนวน
5) เกมโดมิโนหรือเกมต่อภาพเหมือน
6) เกมตารางสัมพันธ์
7) เกมพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
8) เกมลอตโต
หลักการใช้เกมการศึกษา
การใช้เกมการศึกษาควรลำดับเกมตามความสามารถ เริ่มจากสิ่งที่ไม่ละเอียดนักเพราะเด็กจะสังเกตสิ่งที่ใหญ่ก่อน เมื่อเด็กมีความสังเกตจดจำมากแล้ว จึงจะให้เด็กได้สังเกตส่วนย่อย ๆ หรือส่วนละเอียดมากขึ้นตามลำดับ
- พูดคุยหรือบอก ให้เด็กทราบถึงเรื่องทั่ว ๆ ไป
- อธิบายถึงวิธีการเล่นเป็นขั้น
- ให้เด็กฝึกเล่นเกมโดยครูต้องคอยดูและและชี้แนะ
- ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มหรือเล่นคนละชุดหรือ 2 คนต่อชุด
- ในระหว่างการเล่นร่วมกัน ต้องตกลงกติกา
- ครูตรวจดูความถูกต้องและให้กำลังใจเด็กเมื่อเล่นเสร็จ
- ใครเล่นเสร็จก่อนและถูกต้องตามกติกา
- เมื่อเล่นเสร็จแล้ว เด็กต้องเก็บให้เรียบร้อย
- ควรวางเกมไว้ในห้องให้เด็กหยิบเล่นได้เอง
ลักษณะที่ดีของเกมการศึกษา
1) ไม่จำเป็นต้องมีการตระเตรียมกันมาล่วงหน้า หรือถ้ามีก็ควรให้น้อยที่สุด
2) เป็นเกมที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน และมีลักษณะท้าทายความสามารถของเด็ก
3) มีคำสั่งและกติกาในการเล่นชัดเจน
4) เป็นเกมสั้น ๆ ไม่ควรใช้เวลาเกิน 15 นาที
5) เป็นเกมที่ให้ทั้งความสนุกสนาน ร่าเริง และได้รับความรู้หรือทักษะ
6) เป็นเกมที่ไม่ทำให้เสียวินัยในห้องเรียน
7) เป็นเกมที่เล่นเป็นทีม หรือเป็นเกมที่ไม่เกิดความกังวลเกี่ยวกับผู้ชนะ
8) เป็นเกมที่เด็กได้มีการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายบ่างตามสมควร
9) ถ้าเป็นการแข่งขัน ควรที่จะง่ายในการตรวจสอบและการตัดสินใจให้คะแนน
10) ควรใช้อุปกรณ์ที่สามารถประดิษฐ์ขึ้นเองได้ง่าย ๆ
⥹⥹⥹⥹⥹
หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้ทำสื่อต่อจากที่ครั้งที่แล้วยังทำไม่เสร็จ และมีสื่อชิ้นใหม่มาทำต่อ ซึ่งก็คือ ดอกไม้ pop-up
.....





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น